
ปัญหาขยะพลาสติกยังคงเป็นเงาตามหลอกหลอนสังคมไทย การลอยกระทงที่ควรเป็นประเพณีงดงามกลับกลายเป็นมลพิษซ้ำซาก กรมควบคุมมลพิษชี้ชัดว่ากระทงโฟมเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายยาก และตกค้างยาวนานในธรรมชาติ
ความเข้าใจผิดที่ว่ากระทงโฟมหาง่ายและราคาถูกยังคงมีอยู่ แต่ในความเป็นจริง การซื้อขายกระทงโฟมในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปแล้ว กฎหมายและมาตรการควบคุมเริ่มเข้มข้นขึ้น ผู้คนเริ่มตระหนักถึงผลกระทบ จนกลายเป็นกระแสสังคมกดดันให้ผู้ค้าต้องปรับตัว
กระทงโฟมถูกห้ามขายจริงหรือ? กฎหมายว่าอย่างไร?
ไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ออกมาระบุว่าห้ามจำหน่ายหรือผลิตกระทงโฟมโดยตรง แต่มีการใช้กฎหมายเดิมมาบังคับใช้ทางอ้อม รวมถึงมาตรการทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ผลักดันให้กระทงโฟมหายไปจากตลาด
- พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535: มาตรา 69 ระบุว่าผู้ใดกระทำอันเป็นเหตุให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม มีสิทธิ์ถูกปรับ ซึ่งกระทงโฟมย่อยสลายยากย่อมเข้าข่ายนี้
- เทศบัญญัติท้องถิ่น: หลายจังหวัด โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ได้ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นรณรงค์งดใช้และจำหน่ายกระทงโฟม พร้อมกำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืน ซึ่งรวมถึงการปรับเงิน หรือดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด
- มาตรการทางสังคม: เมื่อคนส่วนใหญ่ตระหนักถึงปัญหา การแบนกระทงโฟมจึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของภาพลักษณ์และความรับผิดชอบต่อสังคม
ร้านค้าส่วนใหญ่เลิกขายกระทงโฟมไปเอง เพราะไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่จะถูกปรับ ถูกแบน หรือถูกสังคมประณาม แม้ไม่มีกฎหมายระดับประเทศที่ฟันธงห้าม แต่การบังคับใช้ผ่านกฎหมายท้องถิ่นและการผลักดันทางสังคมก็เพียงพอที่จะทำให้กระทงโฟมแทบจะหมดไปจากแผงลอย
ทำไมกระทงโฟมถึงถูกแบน? เบื้องหลังที่คนไม่พูดถึง
การแบนกระทงโฟมไม่ได้มาจากแค่ภาพลักษณ์ แต่มาจากผลกระทบทางวิทยาศาสตร์และเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่การย่อยสลายช้า แต่ลึกลงไปถึงระบบนิเวศและเศรษฐกิจในระยะยาว
ภัยเงียบที่มองไม่เห็น: ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ
กระทงโฟมสร้างความเสียหายมากกว่าที่ตาเห็น โฟม Polystyrene แตกตัวเป็นไมโครพลาสติก สัตว์น้ำกินเข้าไปอุดตันทางเดินอาหารและตายในที่สุด วงจรชีวิตของสัตว์น้ำถูกรบกวน ส่งผลต่อสมดุลในระบบนิเวศ
- การย่อยสลาย: โฟมใช้เวลาหลายร้อยปีในการย่อยสลาย ทำให้ยังคงตกค้างในธรรมชาติ
- สารเคมีตกค้าง: สารเคมีจากโฟมอาจละลายลงสู่น้ำ ปนเปื้อนแหล่งน้ำดิบ ส่งผลต่อคุณภาพน้ำและสุขภาพมนุษย์
- ไมโครพลาสติก: เมื่อโฟมแตกตัว จะปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร สัตว์น้ำกินเข้าไป และสุดท้ายไมโครพลาสติกจะกลับเข้าสู่ร่างกายเราเอง
ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แหล่งน้ำที่ลอยกระทง แต่ลามไปถึงทะเลและมหาสมุทรทั่วโลก เป็นวัฏจักรแห่งความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อเนื่อง
ภาระของเมือง: ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บและบำบัด
กระทงโฟมเป็นภาระด้านค่าใช้จ่ายมหาศาลให้กับหน่วยงานท้องถิ่น การจัดเก็บและกำจัดต้องใช้งบประมาณและแรงงานจำนวนมาก เพราะทั้งใหญ่ เบา และลอยน้ำได้ดี ทำให้เก็บยาก แถมยังอุดตันท่อระบายน้ำ เป็นสาเหตุของน้ำท่วม
- ค่าแรงและอุปกรณ์: การจัดเก็บกระทงหลังวันลอยกระทงต้องใช้เจ้าหน้าที่และอุปกรณ์พิเศษจำนวนมาก
- การขนส่งและการกำจัด: กระทงโฟมกินพื้นที่มาก ทำให้การขนส่งมีต้นทุนสูง การกำจัดต้องใช้พื้นที่ฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาจากภาษีของประชาชนทุกคน เท่ากับว่าเรากำลังจ่ายเงินเพื่อกำจัดขยะที่เราสร้างขึ้นเอง
ทางเลือกที่ยั่งยืน: กระทงรักษ์โลกที่ไม่ได้มีแค่ขนมปัง
เมื่อกระทงโฟมไม่ใช่ทางออก มีทางเลือกอีกหลากหลายที่สร้างสรรค์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่ากระทงแต่ละประเภทเหมาะกับสถานการณ์แบบไหน เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมปัญหา
- กระทงจากวัสดุธรรมชาติ 100%: เช่น ใบตอง กาบกล้วย ดอกไม้สด ย่อยสลายได้เอง ไม่ทิ้งสารเคมี
- กระทงจากกระดาษสา: สวยงาม ย่อยสลายง่าย น้ำหนักเบา แต่ต้องระวังเรื่องการใช้สี
- กระทงน้ำแข็ง: ทางเลือกสร้างสรรค์ สลายไปในพริบตา ไม่ทิ้งขยะ เหมาะสำหรับพื้นที่อากาศเย็น
- กระทงดิจิทัล: สำหรับคนที่ไม่ต้องการสร้างขยะ การลอยกระทงออนไลน์คือทางเลือกที่ประหยัด ปลอดภัย และไม่สร้างมลพิษ
สิ่งสำคัญคือการเลือกกระทงที่เหมาะสมกับสถานที่และปริมาณ การลอยกระทง 1 กระทง/ครอบครัว หรือลอยกระทงออนไลน์ จึงเป็นทางออกที่ยั่งยืนที่สุด















