SMS ไทยพังเพราะนับผิด: วิธีเขียนโฆษณาให้ครบพอดีจริง

6

เผยแพร่เมื่อ

ปัญหาของ SMS โฆษณาไม่ได้อยู่ที่คุณเขียนไม่เก่ง แต่มันพังตั้งแต่วิธีนับแล้ว หลายทีมเห็นข้อความสั้นนิดเดียวในหน้าจอ คิดว่าไม่น่าเกิน 1 ข้อความ พอกดส่งจริง ระบบกลับคิดเงิน 2 ข้อความแบบหน้าตาเฉย แล้วค่อยมาโวยทีหลังว่าทำไมงบหาย ทั้งที่ตัวการไม่ใช่คอนเทนต์ห่วย แต่คือการมอง จำนวนที่ตาเห็น แทน จำนวนที่ระบบนับ

ยิ่งเป็นภาษาไทย ยิ่งพลาดง่าย เพราะสิ่งที่เราเรียกว่า “ตัวอักษร” ในงานเขียน ไม่ได้เท่ากับหน่วยที่ SMS Gateway ใช้คิดเสมอไป คนที่ค้นหาเรื่องนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้อยากอ่านทฤษฎีลอยๆ เขาแค่อยากรู้ว่าเขียนยังไงให้ครบพอดี ไม่โดนตัด ไม่โดนคิดเพิ่ม และไม่ต้องมานั่งไล่ลบคำตอนแคมเปญจะยิงในอีก 10 นาที นั่นแหละของจริง และนั่นคือเหตุผลที่เรื่อง นับตัวอักษรภาษาไทย สำหรับ SMS ต้องคุยกันแบบไม่อ้อม

ทำไมข้อความไทยที่ดูสั้น ถึงแพงกว่าที่คิด

ต้นตอของความพังคือคนส่วนใหญ่ใช้เครื่องมือผิดชนิด พิมพ์ใน Word, Notes, Google Docs หรือช่องแชต แล้วมองด้วยสายตาว่า “น่าจะพอ” จากนั้นค่อยคัดลอกไปวางในระบบส่ง SMS ปัญหาคือแพลตฟอร์มพวกนั้นไม่ได้คิดแบบเดียวกับมาตรฐาน SMS

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำยาว แต่อยู่ที่วิธีนับ

ภาษาไทยมีสระและวรรณยุกต์ที่วางบน ล่าง หน้า หลัง พอมองด้วยตา เรารู้สึกว่าเป็นคำสั้นๆ คำเดียว แต่ในระดับการเข้ารหัส มันอาจมีหลายหน่วยมากกว่าที่คิด ตัวอย่างง่ายๆ คำว่า “เก่ง” ไม่ได้เป็นก้อนเดียว แต่มาจากหลายจุดอักขระ เช่น เ + ก + ่ + ง เพราะฉะนั้น ถ้าเครื่องมือไหนนับตามสิ่งที่ตาเห็น แต่ระบบส่งจริงนับตามจุดอักขระหรือการเข้ารหัส คุณก็พร้อมโดนชาร์จเกินทันที

จุดเจ็บที่คนทำแคมเปญเจอบ่อย

สิ่งที่น่าหงุดหงิดคือ ข้อความที่หน้าเอดิเตอร์บอกว่าใกล้ครบ พอเข้าแพลตฟอร์มจริงกลับเด้งเป็น 2 ส่วนทันที บางครั้งต่างกันแค่ 1 ตัว แต่ค่าใช้จ่ายกระโดดเลย เพราะ SMS ไม่ได้คิดเป็น “เกือบเต็ม” มันคิดเป็นส่วน ถ้าล้ำเส้นเมื่อไร ก็จ่ายเพิ่มเมื่อนั้น

พูดให้ชัด: งานนี้ไม่ใช่เรื่องคำสวย มันคือเรื่องหน่วยนับที่ผิดฝั่ง

สูตร 70 ตัวที่คนชอบท่อง ยังใช้ไม่ครบ

หลายบทความชอบโยนประโยคสั้นๆ ว่า “ภาษาไทยส่งได้ 70 ตัวอักษร” แล้วจบ ฟังเหมือนช่วย แต่เอาเข้าจริงมันไม่พอสำหรับงานหน้างาน เพราะคุณต้องรู้ด้วยว่า 70 นั้นใช้ตอนไหน และทำไมบางข้อความที่เกินนิดเดียวถึงกลายเป็นหลายส่วน

กติกาจริงของ SMS ตามมาตรฐาน

ตามมาตรฐาน 3GPP TS 23.038 ข้อความที่ใช้ชุดอักขระ GSM-7 จะได้ 160 ตัวอักษรต่อ 1 SMS และเมื่อเป็นข้อความยาวต่อเนื่องจะเหลือ 153 ตัวต่อส่วน แต่ภาษาไทยโดยทั่วไปจะถูกส่งแบบ Unicode หรือ UCS-2 ทำให้ 1 SMS อยู่ที่ 70 ตัวอักษร และถ้ายาวเกินจนต้องต่อข้อความ จะเหลือ 67 ตัวต่อส่วน เพราะมีส่วนหัวสำหรับเชื่อมข้อความหลายส่วนเข้าด้วยกัน

แปลเป็นภาษาคนทำงานก็คือ ถ้าคุณพิมพ์ไทย แม้จะมีแค่ไม่กี่คำ ระบบมักไม่นับแบบ 160 อีกแล้ว แต่นับแบบ 70 ทันที และถ้าเกิน 70 ไปเพียงนิดเดียว คุณไม่ได้เสียแค่ตัวที่เกิน แต่คุณเริ่มเข้าโหมดข้อความต่อเนื่อง ซึ่งคิดอีกแบบ

อะไรทำให้ข้อความเด้งจาก 1 ส่วนเป็น 2 ส่วน

ในงานจริง ตัวการไม่ได้มีแค่จำนวนคำ แต่มักเป็นของจุกจิกที่คนมองข้ามก่อนกดส่ง เช่น

  • การผสมภาษาไทยกับอังกฤษ แล้วคิดว่าจะยังนับแบบอังกฤษ ทั้งที่มีอักขระไทยแค่ตัวเดียวก็อาจทำให้ทั้งข้อความไปอยู่ฝั่ง Unicode
  • การใส่ชื่อผู้รับแบบตัวแปร เช่น “คุณสมชาย” ซึ่งทำให้แต่ละข้อความยาวไม่เท่ากัน
  • การขึ้นบรรทัดใหม่ เว้นวรรคเกินจำเป็น หรือแทรกสัญลักษณ์ที่ดูเล็กน้อยแต่ระบบนับจริง
  • การใช้ emoji หรืออักขระพิเศษ ซึ่งบางแพลตฟอร์มนับไม่เท่ากัน และบางรายถึงขั้นแสดงผลไม่ตรง

นี่แหละเหตุผลที่การ นับตัวอักษรภาษาไทย ด้วยเว็บนับธรรมดา บางครั้งช่วยได้แค่ครึ่งเดียว ถ้าไม่รู้ว่าระบบปลายทางเข้ารหัสแบบไหน คุณก็ยังเดาอยู่ดี

ใช้กรอบคิด “ตา-ระบบ-บิล” ก่อนกดส่ง

ถ้าจะให้ข้อความไทยอยู่หมัด ผมแนะนำให้เลิกคิดแบบ “พิมพ์เสร็จแล้วค่อยนับ” แล้วเปลี่ยนเป็นกรอบคิด 3 ชั้นแทน เรียกง่ายๆ ว่า ตา-ระบบ-บิล มันไม่หรู แต่มันกันพลาดได้จริง

ชั้นที่ 1: ตาเห็นอะไร

ชั้นแรกคือเวอร์ชันที่คนอ่านเห็น คุณต้องทำให้ข้อความอ่านจบในรอบเดียว รู้ทันทีว่าใครส่ง ได้อะไร ต้องทำอะไรต่อ ถ้าข้อความวก วน หรือยัดหลายประโยคเกินไป ต่อให้ไม่เกิน 70 ตัว ก็ยังเสียของอยู่ดี

สูตรใช้งานง่ายคือเรียงลำดับแบบนี้: ชื่อแบรนด์, ข้อเสนอ, เวลาจำกัด, คำสั่งให้ทำต่อ ไม่ต้องเขียนเล่นคำเยอะ เพราะ SMS ไม่ใช่ป้ายบิลบอร์ด มันคือพื้นที่แพง

ชั้นที่ 2: ระบบนับอะไร

ชั้นนี้คือส่วนที่คนชอบข้าม ให้ดูจากระบบส่งจริงเสมอ ไม่ใช่ดูจากเอกสารร่าง ถ้าแพลตฟอร์มมีตัวบอกจำนวน characters กับจำนวน segments ให้เชื่อค่านั้นก่อน และถ้ามีตัวแปรชื่อคน ลิงก์ หรือโค้ดส่วนลด ให้ทดสอบด้วยค่าที่ยาวที่สุด ไม่ใช่ทดสอบด้วยชื่อสั้นๆ แล้วหลอกตัวเองว่าผ่าน

ถ้าจำเป็นต้องใช้เครื่องมือ นับตัวอักษรภาษาไทย ภายนอก ให้ใช้มันเป็นตัวช่วยรอบแรกเท่านั้น รอบตัดสินยังต้องกลับมาดูใน SMS Gateway ที่จะใช้ยิงจริง

ชั้นที่ 3: บิลจะคิดยังไง

ชั้นสุดท้ายคือคำถามที่หลายทีมลืมถามก่อนซื้อแพ็กเกจ ผู้ให้บริการคิดต่อข้อความหรือคิดต่อส่วน ถ้าข้อความยาว 71 ตัวในโหมด Unicode มันอาจไม่ใช่ “เกินมา 1 ตัว” แต่มันคือ “เริ่มจ่าย 2 ส่วน” ทันที ความต่างนี้กระแทกงบโดยตรง โดยเฉพาะแคมเปญที่ส่งหลักหมื่นหรือหลักแสนเบอร์

ประโยคเดียวที่ควรจำให้ขึ้นใจ: อย่าวัดจากความรู้สึก ให้วัดจาก segment ที่ระบบจะคิดเงินจริง

วิธีเขียน SMS โฆษณาไทยให้ครบพอดีโดยไม่เสียแรงขาย

พอเข้าใจกติกาแล้ว งานเขียนจะง่ายขึ้นเยอะ เพราะคุณไม่ได้ตัดคำแบบมั่วๆ แต่ตัดตามหน้าที่ของแต่ละส่วน เป้าคือให้ข้อความสั้นลงโดยไม่ทำให้ข้อเสนออ่อนแรง

เริ่มจากโครงข้อความ 4 บล็อก

ก่อนพิมพ์จริง ให้ร่างเป็น 4 บล็อกสั้นๆ แบบนี้ก่อน

  • ใครส่ง: ชื่อแบรนด์หรือร้าน
  • ให้อะไร: ส่วนลด โปร หรือสิทธิที่ชัด
  • หมดเมื่อไร: ใส่กรอบเวลาเพื่อตัดสินใจ
  • ให้ทำอะไรต่อ: กดลิงก์ โทร หรือแสดงโค้ด

พอเรียงแบบนี้ คุณจะเห็นทันทีว่าประโยคไหนเกินหน้าที่ เช่น คำเกริ่นสุภาพยาวๆ คำขยายอารมณ์ที่ไม่ช่วยขาย หรือวลีซ้ำซ้อนอย่าง “รีบเลยตอนนี้” ที่จริงใช้แค่วันหมดเขตก็พอ

ตัดคำฟุ่มเฟือยแบบไม่ทำให้ข้อความแห้ง

ของที่ควรตัดก่อนมีชัดเจนมาก เช่น คำเชื่อมที่ไม่เพิ่มความหมาย, การทักทายยาวๆ, การใส่เครื่องหมายตกแต่งหลายตัว, หรือการเขียนข้อเสนอซ้ำสองรอบ ถ้าต้องเลือกระหว่างคำสวยกับพื้นที่ ให้เลือกพื้นที่ก่อน เพราะ SMS ไม่ให้รางวัลกับความฟุ่มเฟือย

ตัวอย่างแนวคิดคือ เปลี่ยน “ขอเรียนแจ้งโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าคนสำคัญของเรา” เป็น “รับส่วนลด 15% วันนี้” ความหมายหลักยังอยู่ แต่กินพื้นที่น้อยกว่าและอ่านเร็วกว่า

เช็กก่อนส่งด้วยขั้นตอนเดียวที่คนน้อยรายทำ

ก่อนยิงจริง ให้เอาข้อความเวอร์ชันสุดท้ายพร้อมตัวแปรทั้งหมดไปทดสอบในระบบส่ง แล้วลองกรณียาวสุด 2-3 แบบ เช่น ชื่อลูกค้าที่ยาวที่สุด, ลิงก์จริง, รหัสโปรจริง ถ้าผ่านตรงนี้ค่อยกดส่ง วิธีนี้ดูเสียเวลาไม่กี่นาที แต่ช่วยกันพลาดแบบที่ทีมต้องมานั่งอธิบายงบพุ่งทีหลัง

ถ้าคุณยังพลาดเรื่องนี้อยู่ อย่าโทษว่า SMS แพงก่อน ให้กลับไปดูว่าคุณตรวจแค่ข้อความที่ “อ่านได้” หรือคุณตรวจถึงข้อความที่ “ระบบจะคิดเงินจริง” แล้ว หลังจากนี้ลองหยิบข้อความโปรครั้งถัดไปมาเช็กใหม่ด้วยกรอบ ตา-ระบบ-บิล ดูสักรอบ คุณจะยังปล่อยให้ 1 ตัวอักษรลากงบทั้งแคมเปญลงเหวอีกไหม